Gom Lab

Make Your Month More Fun With Tech เติมเทคทุกวัน กับอุปกรณ์ไอที ลดสูงสุด 60%*

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 15 กรณียาซูโดเอฟริดิน


ถอดบทสัมภาษณ์พิเศษ นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 15 กรณี ความคืบหน้าการสอบสวนคดี ยาซูโดเอฟริดิน เชียงใหม่ 3 พฤษภาคม 2555

กรณีโรงพยาบาลดอยหล่อ มีแนวโน้มที่เภสัชกรใช้อำนาจในการสั่งซื้อยา เป็นความผิดที่อาจพัวพันถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล ขณะนี้กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมในการสอบสวนอีกบางส่วน หรือ อาจเป็นข้อหาเฉพาะเภสัชกรเองก็ได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานทั้งหมด และจะทำรายงานแจ้งข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ พร้อมทั้งหาพยานหลักฐานหรือเอกสารมาแก้ข้อกล่าวหาเพื่อหักล้าง และนำสืบพยานในลำดับต่อไป หลังจากนั้นคณะกรรมการจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากทุกฝ่ายมาประมวลจึงจะสามารถบอกได้ว่า ผู้ใดมีความผิดวินัยระดับใด แล้วนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป

กรณีโรงพยาบาลฮอด ผู้เกี่ยวข้องเป็น ผู้อำนวยการ เภสัชกร พนักงานเภสัชกรรม และพนักงานคุมคลังยา ซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ในตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ อยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ โดยปลัดกระทรวงได้มอบหมายให้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 15 นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร เป็นกรรมการสอบสวน โดยพบว่า ผู้กระทำความผิดจะมีทั้ง 2 ระดับ คือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะอยู่ในขั้นผิดวินัยไม่ร้ายแรง เภสัชกรผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วและครบเวลา 2 สัปดาห์ตามระเบียบปฏิบัติในวันที่ 20 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา พร้อมได้ได้เชิญผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาในวันนี้ (3 พ.ค.55) แต่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้นัดเชิญทั้งหมดไปให้การในวันพรุ่งนี้ที่  กทม. จึงเลื่อนการสอบเพิ่มออกไป ในขณะเดียวกันได้ให้ทาง รพ.ฮอด ดำเนินการหาข้อมูล เอกสาร พยานเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง ก่อนเชิญทั้งหมดทารับทราบ ตาม สว.3 จากนั้นทั้งหมดจะยังมีเวลาในการหาพยานหลักฐาน/เอกสารมาหักล้างข้อกล่าวหาได้อีกระยะเวลาหนึ่ง จนถึงกระบวนการนำสืบชั่งน้ำหนักพยาน/หลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วน

ที่กล่าวว่าความผิดของ ผอ.รพ.ขั้นวินัยไม่ร้ายแรงนั้น คือ มีความผิดในการลงนามการจัดซื้อจัดจ้าง/ควบคุมกำกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายของผู้อำนวยการ ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง จะมีเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้มีอำนาจ ซึ่ง รพ.ฮอดนั้น พบว่า เภสัชกรเองเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ และตรวจพบว่ามียาหายไปจากสต็อคจำนวนหนึ่ง หลังจากผู้ถูกกล่าวหารับทราบตาม สว.3 แล้ว ระเบียบปฏิบัติไม่ได้กำหนดระยะเวลาปฏิบัติไว้ แต่ทางคณะกรรมการจะเร่งโดยเร็ว เพราะเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ กระบวนตามวินัยราชการนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อนในการดำเนินการตามวินัย แต่จะไปซับซ้อน ในกระบวนการของระบบการนำยา เข้า-ออก จาก รพ. ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่า แค่ซื้อขาย หรือทำกำไร โดยไม่ได้คิดว่าการทำกำไรนั้นจะนำไปสู่กรณีการนำยาไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

ส่วนยาถ้ามีการลักลอบนำเข้า-ออก จากที่ใดนั้น จะต้องอยู่ในอำนาจของตำรวจ และ ดีเอสไอ ซึ่งตรงนี้อาจเกี่ยวข้องกับ ผู้แทนยา ที่เก็บเล็กผสมน้อยยาจากหลายๆแห่งที่รวบรวมมาสู่กระบวนการยาเสพติดก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ ความเสียหายของทาวราชการคือ ยาแม้กระทั่ง 1 เม็ดที่หายไป หรือการใช้ชื่อทางราชการแอบอ้างซื้อ-ขาย ก็ถือว่าเสียหายและเป็นความผิดทางวินัยแล้ว ดังนั้นทุก รพ.จึงต้องมีการวางแผนกำกับระบบยาให้รัดกุม ตั้งแต่ การจัดซื้อ การจ่ายยา การคุมคลัง ตามด้วยข้อจำกัดของบุคลากรในสายงานนี้ จึงอาจเป็นช่องว่างในการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด จึงมีกรณีผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากกรณีทุจริตยาในปี 2540 มานั้น ได้มีการจัดซื้อร่วม ทำให้ต้นทุนยาราคาถูกลง ส่งผลให้ราคายาแตกต่างกันมาก จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ผู้แสวงหากำไรมาใช้ช่องทางนี้ได้

จากการที่คณะกรรมการลงพื้นที่ไปสอบสวนพบว่า ผู้อำนวยการอาจมีจุดอ่อนคือไม่เห็นจำนวนยาจริงที่กองอยู่ กับจำนวนในใบสั่งซื้อ ซึ่งตัวเลขไม่ตรงกัน ต้องมีการปรับระบบใหม่ และบางครั้ง ผอ.รพ.อาจไม่ได้รับข้อมูลจริงในการตัดสินใจซื้อจึงเกิดการผิดพลาดได้ หลังจากมีการให้ส่งมอบยาตัวนี้คืน ปัญหาที่ตามมาคือการกลัวของ รพ.ของรัฐในการสั่งใช้ยาตัวนี้ หลาย รพ.ได้แสดงความจำนงในการคืนยามาไว้ที่ สสจ.ชม. ซึ่งตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขนั้น รพ.ของรัฐยังสามารถใช้ยาซูโดเอฟริดีนได้ในกำกับของแพทย์ แต่ต้องบริหารเวชภัณฑ์ให้ดี เช่นเดียวกับ มอร์ฟีน ข้อห้ามไม่ให้ครอบครองจะเป็นส่วนของเอกชนทั้งหมด คลินิก รพ.เอกชน ร้านยา ห้ามมีในครอบครอง

ส่วนเป้าหมายระยะเวลาของการสอบวินัยร้ายแรงนั้น ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน ตามคำสั่งที่ได้รับ เมื่อเดือนเมษายน 2555 เหลือเวลาอีก 2 เดือน จึงจะถึงกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ส่วนคำถามที่ว่า ทั้งสอง รพ.นั้น ยาที่ว่าจะไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติดหรือไม่ต้องรอผลการสอบสวนต่อไป แต่ ดูจากตัวเลขแล้วจำนวนเม็ดยาไม่ได้มากเท่าที่แห่งอื่นๆที่เป็นข่าวจำนวนหลักล้าน เพราะของ รพ.ดอยหล่อ มีเพียง 7 หมื่นเม็ด ส่วนรพ.ฮอด มีเพียง 5 หมื่นเม็ด

ถอดบทสัมภาษณ์โดย พุธรักษ์ ภาวัง.........ประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ข่าว ; ผลประกวดตราสัญลักษณ์ เพลงและคำขวัญ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือ ครั้งที่ 62


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ประกาศผลการประกวดตราสัญลักษณ์ ผลงานเพลงและคำขวัญ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือ ครั้งที่ 62

นายชุมพล รัตน์เลิศลบ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือ ครั้งที่ 62 ประจำปี 2555 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2555 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยมีกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการทุกกลุ่มสาระวิชาของนักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา กว่า 100 กิจกรรม มีบุคลากรและนักเรียนของหน่วยงาน สพป. และ สพม. 52 หน่วยงาน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมงานกว่า 100,000 คน

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ได้จัดประกวดตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ผลงานเพลง และคำขวัญขึ้น เพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์และใช้เป็นสัญลักษณ์ของงาน โดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไปส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก สำหรับผลการประกวด มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศการประกวดตราสัญลักษณ์ ได้แก่ นางสาวคณิตา ตุมพสุวรรณ  รางวัลชนะเลิศผลงานเพลง ได้แก่ นายวรพงษ์ ทองเลิศ ส่วนรางวัลชนะเลิศการประกวดคำขวัญ ได้แก่ นายมงคลเกียรติ ควรกิจ

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศการประกวดทุกประเภทจะเข้ารับรางวัลในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงของการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคเหนือ ครั้งที่ 62 ประจำปี 2555
...........................................................

ข่าว ; ผวจ.เชียงใหม่ กำชับเรือนจำเพิ่มมาตรการป้องกันยาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม



ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ตรวจเยี่ยมเรือนจำกลางเชียงใหม่ ติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้าเรือนจำ กำชับให้มีการเพิ่มมาตรการเข้มข้นเป็นพิเศษในการตรวจค้น ทำความโปร่งใสให้เกิดขึ้น และเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 เมื่อเวลา 11.45 น.วันนี้ (1 พ.ค.55)  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชน  ตรวจเยี่ยมเรือนจำกลางเชียงใหม่  เพื่อติดตามการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการนำสิ่งของต้องห้ามเข้าในเรือนจำ โดยมี นายพิรุณ หน่อแก้ว  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน ซึ่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 – เมษายน 2555 ซึ่ง เรือนจำกลางเชียงใหม่  ได้มีมาตรการ และจู่โจมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจค้นยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้าม ผลการปฏิบัติงาน มีการตรวจค้นจับกุมยาบ้าได้ 30 คดี 30 คน 589 เม็ด กัญชา 1 คดี 1 คน วัตถุมึนเมา 9 คดี 9 คน 164 เม็ด ทินเนอร์ 17 คดี 20 คน ตรวจปัสสาวะ พบผู้ต้องขังมีปัสสาวะสีม่วง 502 คน ยืนยัน 351 คน จับกุมโทรศัพท์มือถือ ได้ 72 เครื่อง และขณะนี้ เรือนจำได้มีมาตรการงดรับพัสดุไปรษณีย์ที่ฝากให้กับผู้ต้องขัง และงดนำอาหารให้กับผู้ต้องขังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เป็นการสนองตอบนโยบายของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้กล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของเรือนจำกลางเชียงใหม่ทุกนาย ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง พร้อมขอให้มีการเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจค้น เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้าไปในเรือนจำบรรลุผล เป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม ทำให้เกิดภาพชัดเจนของความโปร่งใสในการทำงานของข้าราชการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วไป และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมต่อไป
...........................................................

มหกรรมนวัตกรรมธุรกิจท่องเที่ยวล้านนา Miracle Tourism Forun (MTF 2012) ส่อเค้าวุ่น


มหกรรม นวัตกรรมธุรกิจท่องเที่ยวล้านนา Miracle Tourism Forun  (MTF 2012) ส่อเค้าวุ่น เชียงใหม่แอบทำเองทั้งที่งบประมาณเป็นของกลุ่มจังหวัด ขณะที่ตัวแทนจาก 3 จังหวัดไม่รู้ไม่เห็น

รายงานข่าวจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ แจ้งว่า ตามที่ทางสมาคมฯ ร่วมกับ สมาคมท่องเที่ยว 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน จัดแถลงข่าวโครงการมหกรรม นวัตกรรมธุรกิจการตลาดท่องเที่ยวล้านนา รองรับปีการท่องเที่ยวมหัศจรรย์ไทยแลนด์ Miracle Tourism Forun  (MTF 2012) โดยจะได้ร่วมกันจัดงาน "มหกรรมวัตกรรมธุรกิจการตลาดท่องเที่ยวล้านนา รองรับปีการท่องเที่ยวมหัศจรรย์ไทยแลนด์  ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2555 ที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น

นางสาวอำไพ ไชยพิจิตร รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวซึ่งทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จะจัดขึ้นนั้น ตนเองยังไม่เคยได้รับเรื่องหรือรู้เรื่องข่าวสารนี้มาก่อน ไม่มีรายงานการประชุมและไม่มีการแจ้งตัวเลขงบประมาณโครงการ รวมทั้งสถานที่จัดงาน ซึ่งจะได้นำเข้าที่ประชุม กรอ.จังหวัดลำพูนเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนทราบ เนื่องจากการจัดงานลักษณะนี้เป็นการใช้งบประมาณของกลุ่มจังหวัด ฉะนั้นก็ควรจะต้องมีการหารือร่วมกันให้มีความชัดเจน ทั้งทิศทาง และแผนการดำเนินงาน มีการจัดตั้งคณะทำงานโดยส่งตัวแทนจาก 4 จังหวัดเข้าร่วมในการโครงนี้

ทางด้านนายสุพจน์ กลิ่นปราณีต รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า ไม่เคยทราบเรื่องการจัดงานดังกล่าวเช่นกัน โครงการก็แจ้งมาแบบเร่งด่วนทางโทรศัพท์ ซึ่งการจัดงานใหญ่ในลักษณะนี้ควรมีความชัดเจนทั้งเอกสารและมติที่ประชุม ถือว่าเป็นงานที่ใช้งบประมาณร่วมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เบื้องต้นของวิธีการจะต้องมีการเรียกประชุม ทั้ง 4 จังหวัด และแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการ ส่วนผู้แทนภาคเอกชนของธุรกิจท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด ถือว่ามีบทบาทมาก เนื่องจากเป็นผู้แทนภาคเอกชนซึ่งต้องรับรู้ประเด็นปัญหาภาคการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นผู้อนุมัติงบประมาณควรจะศึกษาโครงการให้ชัดเจนมากกว่านี้ โดยเฉพาะท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่นายสุรพล  ตันสุวรรณ  รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดลำปางกล่าวว่า ผู้จัดโครงการหรือผู้ดำเนินงานควรมีความชัดเจนมากกว่านี้ งบประมาณเป็นของกลุ่มจังหวัดแต่สมาคมท่องเที่ยวเชียงใหม่เป็นผู้ ดำเนินงานแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งโครงการในลักษณะนี้ จะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้าง มีการประมูลงานก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้

ทางด้านนายชัยณรงค์ วงศ์ใหญ่ หัวหน้าสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้เปิดเผยว่าโครงการ MTF 2012 เป็นโครงการย่อยในโครงการใหญ่ของกลุ่มท่องเที่ยวของปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะใช้งบประมาณ 4-5 ล้านบาท โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยหลักการจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 จังหวัดมาร่วมประชุม และแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน

ข่าวแจ้งด้วยว่า มีบุคคลบางกลุ่มนำโครงการไปแอบอ้างดำเนินงานจัดงานโครงการดังกล่าว โดยที่ ทั้ง 4 สมาคมไม่มีผู้ทราบรายละเอียด ซึ่งทางสมาคมทั้ง 4 จังหวัดจะได้ดำเนินการสอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อความโปร่งใส ส่วนการติดต่อขอทราบรายละเอียดจากท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยได้รับแจ้งว่าเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ นอกจากนั้น ในวันที่จัดแถลงข่าวก็ไม่มีตัวแทนจากสมาคมท่องเที่ยวทั้ง 3 จังหวัดเข้ามาร่วมงานแต่อย่างใด

เชียงใหม่เร่งช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากพายุ

หลายหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือราษฎรในหลายพื้นที่ หลังประสบพายุฤดูร้อนพัดถล่มสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่



ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากพายุพัดถล่ม

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเชียงม่วน สำรวจความเสียหายบ้านเรือน ประชาชนหลังพายุฤดูร้อนพัดถล่มจนบ้านพังเสียหายกว่า 1 พันหลังคาเรือน

แก้ไขปัญหา การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการ ดำเนินการแก้ไขปัญหา การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง