Gom Lab

15 Day Free Trial Coupon

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ข่าว ; ศาลปกครอง - สถาบันโรคทรวงอก สานพลังความร่วมมือทางวิชาการและการบริการส่งเสริมสุขภาพ


นายเจตน์ สถาวรศีลพร เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ  อธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการบริการส่งเสริมสุขภาพ ระหว่าง สำนักงานศาลปกครอง กับ สถาบันโรคทรวงอก โดยมีนายถาวร ขาวสอาด รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และ นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ลงนามเป็นสักขีพยาน  ณ อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ  ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันและดูแลด้านโรคทรวงอก และการประสานงานด้านบริการแก่บุคลากรของสำนักงานศาลปกครอง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านวิชาการ องค์ความรู้ทางกฎหมาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันทรวงอก เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการสาธารณะที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae55f801ed360b8cb379823

********************

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รายงาน ; “กะเพรา” กับข้อมูลบางส่วนที่น่ารู้


ประเทศไทยมีกะเพราหลากหลายสายพันธุ์ โดยมีข้อมูลระบุว่ามีกะเพรามากกว่า 300 สายพันธุ์ ซึ่งประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถปลูก บริโภค และจำหน่ายได้ตามปกติ

ที่มาการพัฒนาพันธุ์กะเพรา “แก้วจุรี 01–04”

การวิจัยและพัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01–04” มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัท ซีพีแรม จำกัด โดยมีแนวทางการเพาะปลูกภายในโครงการ “เกษตรกรคู่ชีวิต” ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 20 ปี

โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับซื้อใบกะเพราจากเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ และการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

นอกจากนี้ แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในโครงการส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงาน ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวและขนส่งใบกะเพราสดเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสดใหม่ คุณภาพ และความปลอดภัยของวัตถุดิบ ตลอดจนส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตได้มีรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ

การพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างประโยชน์แก่เกษตรกร

การพัฒนากะเพราสายพันธุ์ใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอาหาร โดยมุ่งเน้นคุณลักษณะที่สำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน การเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และการให้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอ

ในด้านคุณภาพ กะเพราที่พัฒนาขึ้นมีเป้าหมายให้ใบใหญ่มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น เหมาะสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานเมนูกะเพราที่มีรสชาติอร่อย ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพสม่ำเสมอ

การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรระบุว่า ปัจจุบันมีพืช 107 รายการได้รับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ โดยมีผลงานการพัฒนาพันธุ์จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนี้ การได้รับความคุ้มครองและขอบเขตสิทธิของผู้ทรงสิทธิเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม การมีพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไม่ได้หมายความว่าพันธุ์พืชดั้งเดิมทุกสายพันธุ์จะถูกจำกัดการใช้ประโยชน์จากการปลูก บริโภค ขยายพันธุ์ และจำหน่ายพืชแต่ละชนิดด้วย

ความเป็นไปได้ในการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างกะเพราพันธุ์ใหม่กับกะเพราทั่วไปตามธรรมชาติ

กะเพราพันธุ์ “แก้วจุรี 01–04” มีชุดโครโมโซม 4 ชุด (4x) ขณะที่กะเพราทั่วไปมีชุดโครโมโซม 2 ชุด (2x) ความแตกต่างของจำนวนชุดโครโมโซม จะส่งผลให้เมล็ดลูกผสมที่เกิดขึ้นเป็นหมัน หรือฝ่อไปได้

การวิจัยและพัฒนา รากฐานสำคัญของนวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ

การวิจัยและพัฒนาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ประสบการณ์จากหลายประเทศของโลกที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ล้วนแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ประเทศไทยมีบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาที่มีความรู้ความสามารถในหลายสาขา การสนับสนุนให้บุคลากรเหล่านี้ได้พัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม งานวิจัยแต่ละชิ้นล้วนมีคุณค่าในฐานะส่วนหนึ่งของการสะสมองค์ความรู้ เมื่อนำผลการวิจัยจากหลากหลายสาขามาบูรณาการร่วมกัน ก็อาจนำไปสู่การค้นพบและนวัตกรรมใหม่ที่สร้างประโยชน์ในวงกว้าง

ด้วยเหตุนี้ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาจึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมที่ดีขึ้น

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae49fb6dd3fd2cc090b95bb

ที่มา - วิวาลดี้ พีอาร์ ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM)

********************

ข่าว ; ประกวดกระทงยี่เป็งเชียงใหม่ 2569 เข้มข้น หลายหน่วยงานทุ่มสุดตัวจัดทำเพื่อหวังเป็นคว้ารางวัลพระราชทาน


ตามที่เทศบาลนครเชียงใหม่ กำหนดจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเฉลิมฉลองเชียงใหม่ครบรอบ 730 ปีอย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมต่างๆ ให้เที่ยวชมฟรีอย่างมากมาย โดยเฉพาะคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน มีการจัดประกวดกระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และเพื่อให้การจัดประกวดดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น.นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวดกระทงใหญ่ ที่ห้องประชุมเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรูปแบบกระทงที่ส่งเข้าประกวด ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ หากกระทงใดไม่ได้มาตรฐานจะตัดออกจากการประกวดทันที

กระทงที่แจ้งความประสงค์เข้าประกวดชิงถ้วยพระราชทาน มีจำนวน 16 กระทง ซึ่งเป็นกระทงกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ กระทงจากมหาวิทยาลัย จากศูนย์การเรียนรู้ จากชมรม และหน่วยงานภาคเอกชน คณะกรรมการได้ตรวจจากภาพที่ผู้ส่งกระทงเข้าประกวดนำเสนอต่อคณะกรรมการ

โดยขนาดกระทงต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 6 เมตร ความกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตรและไม่เกิน 4 เมตร ความสูง 4.50 เมตร ตกแต่งด้วยความประณีตสวยงาม สื่อถึงความเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปีจังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจโดยละเอียดโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงปรากฏว่าทั้ง 16 กระทงผ่านมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด  มีสิทธิเข้าประกวดชิงถ้วยพระราชทาน นอกจากนี้ยังมีอีก 7 กระทงแจ้งเข้าร่วมขบวนแห่โดยไม่ประกวดชิงถ้วยพระราชทาน

สำหรับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.30 น. กระทงที่เข้าประกวดและไม่ประกวดรวม 23 กระทง จะเคลื่อนขบวนออกจากจุดที่ตั้งถนนคชสาร หน้าข่วงท่าแพ เข้าถนนท่าแพ ผ่านกลางเมืองเชียงใหม่ เคลื่อนไปตามถนนวิชยานนท์ ถนนวังสิงห์คำ ริมฝั่งน้ำปิงผ่านหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ผ่านคณะกรรมการตัดสิน คณะผู้บริหารเทศบาล และแขกรับเชิญ สิ้นสุดขบวนแห่หน้าตลาดเมืองใหม่

จากนั้น จะมีการประกาศผลการตัดสินผลการประกวด กระทงรางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 150,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท นอกจากนั้นอีก 13 กระทงที่เข้าประกวด ได้รับเงินกระทงละ 80,000 บาท

นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กระทงที่เข้าประกวดแต่ละรายได้ทุ่มเงินตกแต่งกระทงจำนวนที่สูงมาก ขนาดกระทงที่คณะกรรมการกำหนดให้มีความยาวไม่ต่ำกว่า 6 เมตร ปรากฏว่าทุกกระทงที่ส่งเข้าประกวดมีความยาวไม่น้อยกว่า 10 เมตร บางกระทงความยาวถึง 19 เมตร ใช้งบประมาณแต่งกระทงร่วม 1,000,000 บาท เพื่อจะเอาชนะคู่แข่ง และยังติดต่อดาราที่มีชื่อเสียงมานั่งบนกระทงด้วย ดังนั้นการประกวดกระทงที่เทศบาลนครเชียงใหม่จัดปีนี้ คาดว่าจะมีสีสันให้ผู้ชมกระทงเกิดความประทับใจได้มากยี้งขึ้น.

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae457ac1ed360b8cbbfcc48

******************

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ข่าว ; TWILIGHT GOLF ที่กัซซันเลกาซี่ เหลือเพียง 2 วัน กับราคาโปรโมชั่นนอกฤดูท่องเที่ยว


เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้น สำหรับโปรโมชั่น TWILIGHT GOLF ในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวหรือ "กรีนซีซั่น" สำหรับการออกรอบที่ สนามกอล์ฟ กัซซันเลกาซี่ กอล์ฟคลับ จ.ลำพูน ตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ในราคาเพียงคนละ 1,250 บาท กับแพคเกจรวมกรีนฟี แคดดี้ รถกอล์ฟ สำหรับนักกอล์ฟคนไทยและไทยเรสซิเด้นท์เท่านั้น

ส่วนราคาสำหรับนักกอล์ฟนักท่องเที่ยวทั่วไป Visitor Rate ออกรอบได้ในราคาคนละ 2,000 บาท กับแพคเกจรวมกรีนฟี แคดดี้ รถกอล์ฟ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยว "ไฮซีซั่น" ที่จะมีนักกอล์ฟนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ราคาค่าออกรอบเล่นกอล์ฟจะมีการปรับราคาขึ้นทุกสนาม ซึ่งอาจจะแตกต่างกันออกไปตามที่แต่ละสนามกำหนด

นอกจากนั้น สนามกอล์ฟและรีสอร์ท "เครือกัซซัน" จ.ลำพูน ยังมีโปรโมชั่นการเล่นกอล์ฟ ที่พัก การจัดเลี้ยง อาหารเมนูพิเศษ และรายการอื่นที่น่าสนใจอีกมากมายหลายรายการ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กัซซันเลกาซี่ กรีนฟี โปรชอป โทร.053-921846, 081-7167711 กัซซันพาโนราม่า กรีนฟี โปรชอป โทร.065-4165961 ฝ่ายขายและการตลาด โทร.053-921815, 083-5800146 หรือที่ Line ID : Gassangolf

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae315b8c95a5e3377f950c8

****************

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569

คอลัมน์ ; “บนกรีนกอล์ฟ” ประจำวันที่ 26 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569

 

มาพบกับ “บนกรีนกอล์ฟ” โดย “ยล พัตเยี่ยม” มีความเคลื่อนไหวด้านกอล์ฟในพื้นที่ภาคเหนือและทั่วโลกมาให้ติดตามกัน....วันเสาร์นี้แล้ว 31 ตุลาคม 2569 การแข่งขันกอล์ฟรายการ Chiang Mai October Golf Fest 2026 จัดโดย สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ ซึ่งเดิมเป็นสนามที่ 1 แต่ได้มีการเลื่อนมาจากวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ให้สนามที่ 2 และ 3 จัดไปก่อน ที่สนามกัซซันเลกาซี่ กอล์ฟคลัย และ สนามกัซซันพาโนราม่า กอล์ฟคลับ คราวนี้ถึงเวลาของ สนามกัซซันขุนตานกอล์ฟแอนด์รีสอร์ท จ.ลำพูน ช็อตกันสตาร์ทเวลา 12.30 น. ค่าสมัครเข้าแข่งขัน รถกอล์ฟนั่งคู่ คนละ 1,400 บาท รถกอล์ฟนั่งเดี่ยว คนละ 1,600 บาท รวมกรีนฟี แคดดี้ เสื้อที่ระลึก Chiang Mai Golf Festival 2026 พร้อมร่วมเลี้ยงดินเนอร์ในงานมอบรางวัล และของรางวัลจับฉลากอย่างหลากหลาย ท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าแข่งได้ที่ โทร.053-507006 กรีนฟี โทร.081-950-4871 ฝ่ายขายและการตลาดโทร.081-660-4334 หรือที่  Line ID : khuntangolf ถึงวันนี้น่าจะพอมีที่เหลือให้จับจองกันอยู่บ้าง แม้ว่าทางสนามรับจำนวนจำกัดไม่เกิน 100 คน.....อีกรายการ ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์กอล์ฟรีสอร์ท เชียงใหม่ กับกอล์ฟ Alpine Challenge Series 2026 แมตช์ที่ 3 ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ค่าสมัคร 1,900 บาท รวมกรีนฟี แคดดี้ รถกอล์ฟ Alpine Boost โดยแชมป์แมตช์นี้และก่อนหน้านี้ 2 แมตช์ จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันรายการ Alpine 27 Holes Challenge ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 รายการนี้ก็ไม่แน่ใจว่าวันนี้เต็มหรือยัง ยังไงก็ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ โทร.053-880-888 ต่อ 1 หรือที่ Line ID: @alpinegolfresort.....ทางด้าน ชมรมกอล์ฟ สิงห์เชียงราย ได้กำหนดจัดการแข่งขันกอล์ฟชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2559 ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา 12.00 น. ณ สนามกอล์ฟสันติบุรี คันทรี่คลับ เชียงราย ค่าสมัครคนละ 1,800 บาท รวมค่ากรีนฟี แคดดี้ เสื้อที่ระลึก และงานเลี้ยง เป็นรายการใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น พลาดครั้งนี้ก็ต้องรอไปอีกปี ท่านที่สนใจติดต่อสมัครได้ที่ โทรศัพท์ 0-5377-4123, 0-5377-4567 หรือที่ 089-5554218 รายการนี้รับจำนวนจำกัดเช่นกัน.....

.....รายงานผลการแข่งขันกอล์ฟการกุศล 50 ปีโยธาตีนดอย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 ณ สนามกอล์ฟลานนา ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ ชนะเลิศ Overall  Low  Gross จ.ส.อ.ชูเกียรติ คิดการ Flight  A (0-12) ชนะเลิศ พ.อ.ปิติพงษ์ ใจพุทธ รองชนะเลิศอันดับ 1 กฤตภาส อินถวา รองชนะเลิศอันดับ 2 อำพล สืบวงค์ Flight  B (13-24) ชนะเลิศ อภิวิชญ์ ขวัญสุวรรณ รองชนะเลิศอันดับ 1 นพรัตน์ สารีอินทร์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ดร.ชัชวิจก์ ถนอมถิ่น Flight  C (25-36) ชนะเลิศ ณรงค์ มโนคำ รองชนะเลิศอันดับ 1 บุญสร้างไว้ เทียนทอง รองชนะเลิศอันดับ 2 พล.ท.ณัฐพัชร์ สมบูรณ์ศรี และ รางวัล BooBee ได้แก่ ณภัทร์พงศ์.....ปิดท้ายวันนี้ไปติดตามผลการแข่งขันกอล์ฟ ชมรมกอล์ฟอาวุโสนิรันดร ครั้งที่ 8 ประจำเดือนตุลาคม 2569 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ สนามกอล์ฟลานนา ศูนย์พัฒนากีฬาลานนา มทบ.33 กลุ่ม G1 (อายุ 50-65 ปี) ชนะเลิศ Low Gross นพ.เจษฎา สิงห์เวชสกุล ชนะเลิศ Low Net สาคร  การะหงส์ กลุ่ม G2 (อายุ 66-69 ปี) ชนะเลิศ Low Gross สมาน ภิบาล ชนะเลิศ Low Net จักรี สุขุม กลุ่ม G3 (อายุ 70-79 ปี) ชนะเลิศ Low Gross ผศ.ดร.อภิชาติ  เมฆบังวัน ชนะเลิศ Low Net เอกชัย รักงาม กลุ่ม G4 (อายุ 80 ปีขึ้นไป) ชนะเลิศ Low Gross สุทัศน์ พัฒนโพธิ์ ชนะเลิศ Low Net ชาญวิทย์ บัวเรือง Flight Lady ชนะเลิศ Low Gross วิชุดา ปาแจ้ การแข่งขันกอล์ฟของ ชมรมกอล์ฟอาวุโสนิรันดร กำหนดจัดครั้งต่อไปในวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน  2569 ณ สนามกอล์ฟลานนา ศูนย์กีฬาลานนา มทบ.33.....พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ.....

ยล พัตเยี่ยม

yodsup@gmail.com

ข่าว ; รองอธิการบดี มกช. เชียงใหม่ แสดงความยินดี 3 รองคณบดี ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบริหาร


วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายนรินทร์ แสงศรีจันทร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมแสดงความยินดีแก่รองคณบดี 3 คณะ ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี ประจำวิทยาเขตเชียงใหม่

สำหรับผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ ได้แก่ นายวิฑูรย์ โพธิ์ทิพย์ ดำรงตำแหน่ง รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา, รศ.ดร.ดิฏฐชัย จันทร์คุณา ดำรงตำแหน่ง รองคณบดีคณะบริหารจัดการกีฬา และ ดร.ยงยุทธ ตันสาลี ดำรงตำแหน่ง รองคณบดีคณะพลศึกษา

ในโอกาสนี้ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตเชียงใหม่  ได้กล่าวแสดงความยินดีพร้อมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และเพื่อจะได้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป.

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae197cde40cf8dba380b841

********************

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ข่าว ; มช. ทะยานสู่อันดับ 49 โลก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ-สังคมกว่า 7.4 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้าแผน 14 ปั้นนวัตกรรมเพื่อชุมชน


เชียงใหม่ - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการขับเคลื่อนสถาบันสู่ความยั่งยืน โดยคว้าอันดับที่ 49 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกด้านความยั่งยืน Times Higher Education University Impact Rankings 2026 (จากทั้งหมด 1,603 สถาบันใน 116 ประเทศ คะแนนรวม 92.50) พร้อมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมสะสมรวมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้าน บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 ก่อนกำหนดอย่างงดงาม

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงผลงานประจำปีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสามารถสรุปผลงานความสำเร็จภายใต้แผนแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 ที่น่าสนใจประกอบด้วย

ด้านการจัดอันดับโลก มีผลงานโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ของไทยในด้านความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย (SDG 17) ซึ่งติดอันดับ 26 ของโลก และด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13)

ด้านเศรษฐกิจและสังคม สร้างผลกระทบเชิงบวกสะสมทะลุ 7.4 หมื่นล้านบาท ประเมินจากผลกระตุ้นเศรษฐกิจและการวัดผลตอบแทนทางสังคม (SROI) สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้านบาท

ด้านคุณภาพองค์กร ได้รับรางวัล TQC Plus: Innovation 2023 และรางวัลระดับ World Class Global Performance Excellence Award 2026 จากเอเชียแปซิฟิก

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า สำหรับก้าวต่อไป ซึ่งเป็นแผนพัฒนาฯ ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) มช.มุ่งสร้าง Real World Impact โดยการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อความยั่งยืน” มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาแก้ปัญหาจริงร่วมกับชุมชน โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่

ระบบเตือนภัยพิบัติชุมชน พัฒนานวัตกรรมรับมือน้ำท่วม น้ำป่า และดินถล่ม เช่น ระบบเตือนภัยเขตเมืองเชียงใหม่ คู่มือจัดการภัยพิบัติบ้านปางอุ๋ง และระบบอัจฉริยะ HydroSentinel ที่ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง

Net Zero Campus ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัย 5 แห่งเป็นห้องปฏิบัติการมีชีวิต (Living Laboratory) ผ่านระบบ CMU Carbon One ซึ่งช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 27,028 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 54 จากปริมาณที่คาดว่าจะปล่อยตามปกติ 50,376 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

การขยายผล 4 ด้านสำคัญ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมด้าน สุขภาวะ คือสุขภาพผู้สูงอายุและสมุนไพร, ความมั่นคงทางอาหาร คือฟาร์มอัจฉริยะและบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือการต่อยอดภูมิปัญญาล้านนา และการศึกษาและ AI คือการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวตอนท้ายว่า ภายในปี 2575 มช. ตั้งเป้าสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ขยายผลได้จริง ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ไม่ต่ำกว่า 5 เท่า และได้รับการจัดอันดับระดับสูงสุดจาก Times Higher Education Impact Ratings (Sustainability) ต่อยอดจากแผนฯ 13 สู่แผนฯ 14 จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับผลงานของมหาวิทยาลัย แต่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ให้มหาวิทยาลัย ชุมชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานพันธมิตรร่วมกันคิด พัฒนา และสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างแท้จริง.

อีกหนึ่งช่องทางการติดตามข่าว

https://www.blockdit.com/posts/6ae0b4cc0399294f3eaa40e5

*********************